ชาผู่เอ๋อร์สุก และ ดิบ ต่างกันอย่างไร?

 

ชาผูเอ๋อร์ดิบ และ สุก แตกต่างกันอย่างไร ?

 

120411_80DSC_0174_2

 

ชาผูเอ๋อร์ดิบ มีลักษณสำคัญ 5 ประการ คือ…

1. ปลูกหรือขึ้นในพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1700m
2. ใบขนาดใหญ่และความอุดมสมบูรณ์เต็มที่
3. รสชาติที่หวานชุ่มคอเป็นพิเศษ
4. ความพิถีพิถันเรื่องคุณภาพและอายุของต้นชา
5. มี ฉาชี่ (Tea Chi) หรือพลังชีวิตของชาอยู่มาก

 

 

ชาดิบ จะไม่ได้ผ่านกระบวนการ ออกซิไดซ์ หรือหมัก ใช้เพียงแค่การตากแดดให้แห้ง
ชาดิบ/ชาสุก อุดมไปด้วยธาตุและสารอาหารครบถ้วน เช่น แทนนิน สแตติน กาบา โพลีฟีนอล ซึ่งสารดังกล่าว
เป็นตัวช่วยเรื่องสุขภาพทั้งสิ้น 

 

ชาผูเอ๋อร์สุก
ในปี 1973 ทางโรงงานชาเมิ้งไห่(ชื่อโรงงานของต้าอี้) คิดค้นวิธีการใหม่สำหรับการหมักชาผูเอ๋อร์ ทำให้มันสามารถเป็นไปได้ในการผลิตชาผูเอ๋อร์หมักโดยใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือนแทนการหมักของเดิมที่ต้องใช้เวลานานแรมปี

- โลกใหม่ของผูเอ๋อร์ -
วิธีการหมักนี้ถูกเรียกว่า “Artificial Pile Fermentation” เรียกได้ว่าเปิดโลกทัศน์ใหม่ของชาผูเอ๋อร์เลยทีเดียว
วิธีการออกซิไดซ์ใบชาก่อนการหมักโดยการนำใบชาที่ตากแห้งแล้วนำมากองรวมกันและฉีดน้ำลงไป ใช้ผ้าคลุมไว้ เรื่องความร้อนและความชื้นเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องพยายามให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด
และประกอบกับการใช้เทคโนโลยี OTA ใช้จุลินทรีย์ในธรรมชาติเพื่อเร่งการหมัก เราต้องคอยเช็คความร้อนและความชื้นอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้จุลินทรีย์เติบโตได้ดี หลังจากผ่านไป 60-70 วัน ก็เข้าสู่ขั้นตอนการอบแห้งเพื่อเข้าสู่กระบวนการอัดก้อน

 

-สรุป โดยรวม-
ชาผูเอ๋อร์ดิบ น้ำชาจะออกสีเหลืองทองสดใส มีความชุ่มคอมากและด้วยไม่ได้ผ่านกระบวนการหมักทำให้สารบางชนิดยังคงมีประสิทธิภาพเต็มที่ในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เห็นผลเร็วและชัดเจนกว่าชาสุก
ชาผูเอ๋อร์สุก น้ำชาจะออกสีแดงเข้ม รสชาตินุ่มนวล ด้วยกระบวนการหมักด้วยจุลินทรีย์ทำให้ คาเฟอีนสลายไปแทบหมด อีกทั้งมีสารบางชนิดทำงานได้ดีขึ้นทำให้เมื่อดื่มจะช่วยให้ลดระดับไขมันในเลือดและความดันโลหิตได้ดี

ถ้าจะให้ประโยชน์สูงสุด คือ ต้องดื่มชาดิบที่เก็บไว้จนกลายเป็นชาสุกเองตามธรรมชาติ จะได้ประโยชน์จากใบชาอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาแสนแพงตามปีของชาที่เก็บไว้ครับ